ไหว้ขอหวยจากแม่นาค

ไหว้ขอหวยจากแม่นาค

ไหว้ขอหวยจากแม่นาค

ไหว้ขอหวยจากแม่นาค ไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับตำนานความรักที่แสนบริสุทธิ์ และมั่นคง แม่นาค พระโขนง ที่มีให้แก่พ่อมาก จนกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ และได้มีการนำมาถ่ายทอดในรูปแบบหนัง ภาพยนต์ ละครมาหลายรุ่น และได้กลายเป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มีขอพร ขอหวยกันอย่างแพร่หลาย

ความเป็นมาขอแม่นาค

เหตุการณ์แม่นาค พอมีการสันนิษฐานว่าเกิดขึ้นในช่วงปลายรัชสมัยในหลวง รัชกาลที่ 3ถึงต้นรัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ 4

หนังภาพยนต์ ละครเวที ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์ ที่ถูกสร้างขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนมีหลากหลายเวอร์ชั่น สาระของแม่นาคถูกดัดแปลงโน่นนิดนี่หน่อยเพื่อให้เร้าใจ มีแม้กระทั่ง แม่นาคบุกโตเกียว แม่นาคไปอเมริกา ถ้าท่านได้ยินได้ฟังแตกต่างไปจากนี้ก็ถือว่าเป็น “แม่นาค ณ พระโขนง” คนเดียวกันนะครับ

ชาวไทยได้เล่าต่อกันมาว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สามีภรรยาคู่หนึ่งใช้ชีวิตในท้องนาย่านชนบททุ่งพระโขนง สามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนางนาค (บางสำนักสะกดด้วย ก) อยู่มาวันหนึ่ง นายมากได้รับหมายเรียกเกณฑ์ไปเป็นทหารรับใช้ชาติที่บางกอก ซึ่งในขณะนั้นนางนาคกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ นางจึงต้องอยู่ตามลำพังที่กระท่อมปลายนา เมื่อเจ็บท้องหมอตำแยก็มาทำคลอดให้ แต่ทว่าลูกของนางนาคไม่กลับหัว จึงไม่สามารถคลอดออกมาตามธรรมชาติได้ ยังผลให้นางนาคเจ็บปวดทรมานยิ่งนัก ในที่สุดนางนาคสิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง คนไทยโบราณเรียกการตายลักษณะนี้ว่า ตายทั้งกลม ซึ่งตามตำราของพ่อมดแม่หมอไทยทั้งหลายระบุว่า ผีตายทั้งกลมดุร้าย เฮี้ยนกว่าผีแบบอื่นๆ เรื่องของนางนาคที่เสียชีวิตทั้งกลมเป็นที่โจษจันกันไปทั่วท้องทุ่งพระโขนง แต่คนที่ไม่ทราบคือสามีที่ชื่อนายมาก ขณะนั้นเป็นทหารอยู่ในบางกอก

ศพของนางนาคได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัดมหาบุศย์

นายมากปลดจากทหารกองประจำการกลับมาบ้านทุ่งพระโขนง พบกับนางนาค ผัวเมียคู่นี้กินอยู่หลับนอนกันเป็นปกติ จนกระทั่งวันหนึ่งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงแอบมาพบนายมากและกระซิบบอกนายมากว่านางนาคตายทั้งกลมไปนานแล้ว

นายมากโกรธจัดและปฏิเสธที่จะเชื่อเพื่อนบ้านเหล่านั้น

ภาพยนตร์เรื่องแม่นาคพระโขนงจะต้องเน้นฉากที่จี๊ดหัวใจที่สุด คือ ฉากที่นางนาคตำน้ำพริกอยู่นอกชานบนบ้าน เธอกำลังมองหาผลมะนาวเพื่อปรุงรสน้ำพริก มะนาวลูกกลมๆ ดันกลิ้งหล่นลงไป

อยู่ใต้ถุนบ้าน จังหวะนั้นแขนของนางนาคจะเหยียดยาวยืดออกไปจากนอกชานชั้นบนลงไปถึงใต้ถุนแล้วเธอสามารถหยิบลูกมะนาวใส่มือ หดแขนกลับเข้าที่เดิม นางนาคบีบมะนาวใส่ครกแล้วตำน้ำพริกต่อได้แบบสบายใจ

นาทีสยองที่นางนาคยืดแขนหยิบลูกมะนาวนั้น นายมากเผอิญหันมามอง นายมากตกตะลึงตาเหลือก หัวใจกระแทกทรวงอกแทบพัง รำพึงกับตนเองว่า นางนาคไม่ใช่คนเป็นแน่แท้ เธอตายแล้วแน่นอนและเขากำลังใช้ชีวิตอยู่กับผีตามที่ชาวบ้านแอบมาบอก

เรื่องแม่นาคได้มีการเล่าต่อกันมาว่า ตอนเย็นวันนั้น นายมากวางแผนหลบหนีเมียผี โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำให้รั่วแล้วเอาดินเหนียวอุดไว้ ตกกลางคืนทำทีลุกขึ้นไปฉี่ นายมากไปแกะดินที่อุดตุ่มไว้ให้น้ำไหลออกตกถึงพื้นดินเสียงดังเหมือนคนฉี่ นายมากแอบหนีไปได้ นางนาคเมื่อเห็นว่านานผิดสังเกตจึงออกมาดู รู้ว่าตัวเองโดนหลอก จึงออกตามผัวรักไปทันที นายมากหนีเข้าไปซ่อนอยู่ในดงหนาด นางนาคไม่สามารถทำอะไรได้เพราะผีกลัวใบหนาด

นายมากหนีไปพึ่งพระอาศัยกินนอนที่วัด นางนาคยิ่งเฮี้ยนออกอาละวาดแถวย่านพระโขนง เพราะเจ็บใจชาวบ้านที่ไปยุแยงตะแคงรั่ว ปากหอยปากปูบอกผัวตัวเอง ชาวบ้านย่านพระโขนงหวาดกลัวกันไปทั้งบาง มืดค่ำทีไรต้องปิดประตูหน้าต่างจุดธูปเทียนสวดมนต์กันหมด

ข้อมูลบางสำนักระบุว่า ในที่สุดพระสงฆ์สามารถนำวิญญาณของผีนางนาคใส่หม้อดินถ่วงน้ำสยบการหลอกหลอนได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งจนทำให้ชาวบ้านย่านทุ่งพระโขนงกล้าออกมานอกบ้านยามค่ำคืน

แต่ต่อมาตายายคู่หนึ่งที่เพิ่งย้ายมาทำมาหากินแถวทุ่งพระโขนง ไปเฟอะฟะเก็บหม้อที่ถ่วงวิญญาณนางนาคขึ้นมาได้ขณะทอดแหจับปลา วิญญาณนางนาคจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จัดการส่งดวงวิญญาณของนางนาคไปสู่สุคติ

ที่วัดมหาบุศย์ เป็นวัดที่มีความเก่าแก่โบราณ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อประมาณ พ.ศ.2305 ก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก 5 ปี เล่ากันว่าเดิมชื่อ “วัดสามบุตร” กล่าวคือ บุตรชายสามคนพี่น้องร่วมกันสร้าง กาลต่อมามีสภาพเป็นวัดร้าง

ต่อมาเมื่อพระมหาบุตรจากวัดราชบูรณะ กรุงเทพฯ ได้มาเยี่ยมญาติโยมของท่านซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่แถวคลองพระโขนง ในเวลานั้นชาวบ้านทุ่งพระโขนงจึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ให้ท่านอยู่วัดสามบุตร เพื่อช่วยเป็นผู้นำในการสร้างวัดขึ้นใหม่

เมื่อการซ่อมสร้างวัดนี้แล้วเสร็จ ชาวบ้านจึงเปลี่ยนนามวัดใหม่จาก “วัดสามบุตรเป็นวัดมหาบุตร” ตามนามของพระมหาบุตร ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงไปตามแนวของภาษาไทย จึงได้เขียนชื่อวัดเป็นทางราชการว่า

วัดมหาบุศย์ ดังที่เห็นและใช้อยู่ตราบจนในปัจจุบัน แต่ยังมีประชาชนนิยมเรียกอีกนาม หนึ่งว่า “วัดแม่นาคพระโขนง”

เรื่องทางด้านความรักต่างภพ ณ. ย่านพระโขนง นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องที่ น่าประทับใจของชาวไทยอย่างไม่รู้จบไม่รู้สิ้น กับความรักที่มั่นคงของนางนาคที่มีต่อสามี ที่แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ นำมาทำเป็นบทละครร้องเรื่อง “อีนาคพระโขนง” ในปี พ.ศ.2454

ศาลแม่นาคในวัดจะมีคนมาสักการบูชาไม่ขาดสาย โดยบุคคลเหล่านี้จะเรียกด้วยความเคารพว่า “ย่านาค”

มีเกร็ดตำนานเล่าต่อมาว่า ชื่อสี่แยกมหานาคที่เขตดุสิตในปัจจุบัน มาจากการที่แม่นาคอาละวาดขยายตัวให้ใหญ่ และล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ก็ยังเคยเสด็จทอดพระเนตรด้วย และเชื่อกันว่าพระที่มาปราบแม่นาคได้นั้นคือ สมเด็จ

พระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าท่านเป็นคนที่เจาะกะโหลกที่หน้าผากของแม่นาคทำเป็นปั้นเหน่ง เพื่อสะกดวิญญาณแม่นาค และได้สร้างห้องเพื่อเก็บปั้นเหน่งชิ้นนี้ไว้ต่างหาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เคยเขียนบันทึกเอาไว้ว่า เมื่อ พ.ศ.2468 ซึ่งเป็นสมัยที่ท่านยังเป็นเด็ก ท่านเคยเห็นเรือนของแม่นาค เป็นเรือนลักษ

ณะเหมือนเรือนไทยภาคกลางทั่วไปอยู่ติดริมคลองพระโขนง มีเสาเรือนสูง ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว

ตำนานที่นำมาถ่ายทอดนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในความเชื่อด้วยตัวเองนะครับ ผู้เขียนไปสังเกตการณ์ที่วัดมหาบุศย์ พบว่ามีเด็กนักเรียนผู้หญิงมากราบไหว้ศาล “ย่านาค” อย่างคึกคัก เพื่อขอความรัก

ถ้ามีการจัดระเบียบร้านค้า เก็บกวาดขยะ และดูแลต้นไม้ให้สวยงาม วัดแห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ

ขอพรกับย่านาค

      การที่จะขอพรกับย่านาค คนส่วนใหญ่จะขอพรในเรื่องทางด้านความรัก โชคลาภ ขอลูก เกณฑ์ทหาร หากมาบนเรื่องเกณฑ์ทหาร ทางศาลก็มีจัดเป็นชุดสำหรับบนไว้ค่ะ ถ้าเป็นเรื่องโชคลาภขอหวย ก่อนวันหวยออก 1 วัน ทางวัดเปิดให้มาขอพรตลอดทั้งคืนเลยค่ะ

      หากจะมาแก้บนให้แจ้งเจ้าหน้าที่ของศาลก่อนค่ะ สำหรับเรื่องการถ่ายภาพไม่อนุญาตให้ใช้กล้องและต้องได้รับอนุญาตจากทางเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ

ไหว้ขอหวยจากแม่นาค

วิธีการขอพรย่านาค

       ทางด้านศาลจะมีชุดสำหรับไหว้ไว้จุดธูป 2 ดอก เทียน 1 เล่ม และเลือกพวงมาลัยหรือดอกไม้ จุดธูป เทียนด้านล่างของศาลแล้วถึงขึ้นไปแปะแผ่นทองที่ย่านาคด้านบนค่ะ มีข้อห้ามสำหรับไหว้ย่านาค


• ห้าม ปิดทองที่ใบหน้า ที่ดวงตา และริมฝีปาก
• ห้าม เทน้ำมันจันที่องค์ย่านาค ให้ปิดทองขอพรย่านาคที่ฝ่ามือ
• ห้าม พรมน้ำอบ และรดน้ำย่านาค

     ในทุกๆ วันที่ 20 ของเดือน ทางด้านวัดจะมีการจัดตั้งพิธีสวดพระอภิธรรมเสริมบารมีให้แก่ย่านาคพร้อมบริวาร เดินออกมาบริเวณศาลย่านาค มีคลองพระโขนงให้อาหารปลา ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ให้อาหารนก พร้อมบทสวดมนต์ เมื่อเดินมาริมน้ำทำให้นึกถึงคำพูดจากภาพยนตร์ที่รีเมคมาหลายรุ่น “ฉันมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ”

คาถาขอหวยจากแม่นาค

พนมมือหลับตา แล้วตั้งสมาธิทำใจให้สงบแล้วท่อง สาธุ ปุตตาทะระมาตุปุญญานุภาเวนะสัพพะทุกขัง วินัสสะตุ สัพพะลาโภ ภะวะตุ เมทานิ 3จบ

   รูปปั้นย่านาคภายในศาล

นอกจากชาวไทยได้นิยมกราบไหว้ขอพรแม่นาคแล้ว  ทางวัดมหาบุศย์ยังจัดให้มีการจัดพิธีกรรมสวดอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลเพื่อเสริมสร้างบารมีให้แก่ย่านาค ในทุกวันที่ 20 ของทุก ๆ เดือน และทางศาลย่านาคจะเปิดให้ขอหวยทั้งวันทั้งคืนในช่วงเช้าวันที่  15  ถึงช่วงเวลาหวยออกในวันที่  16  ซึ่งในวันปกติแล้วศาลย่านาคจะไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

                ประเด็นที่น่าสนใจคือ พิธีกรรมดังกล่าวแสดงสถานะของแม่นาคว่าแม่นาคเป็นเสมือนเครือญาติของกลุ่มคนที่ศรัทธากราบไหว้บูชามากกว่ามีความเป็นผีในตำนานเท่านั้น  เพราะการกราบไหว้บูชาศาลย่านาคและการจัดพิธีสวดอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลเพื่อสร้างเสริมบารมีให้แก่ย่านาคที่วัดมหาบุศย์นั้นเหมือนกับการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษญาติผู้ใหญ่ของคนไทย  แต่มีความพิเศษกว่าบรรพบุรุษทั่วไปในฐานที่มีคนกราบไหว้บูชาเทียบเท่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ที่ปรากฏในสังคมไทย

    การขอพรกับแม่นาคที่คนส่วนมากนิยมจะขอกับย่านาค  มักขอพรเรื่องความรัก  การงาน  เรื่องโชคลาภ  การเกณฑ์ทหาร  และสิ่งต่าง ๆ และโดยเฉพาะคนเก่าแก่ที่นั่นบอกว่าจะขอสิ่งใดก็ได้แต่สิ่งนั้นต้องไม่ผิดทำนองคลองธรรม  ส่วนสิ่งของแก้บน  ผู้ที่แก้บนแก่ย่านาคมีความเชื่อว่าท่านชอบสิ่งสวยงาม  เช่น  ชุดไทยสีสด  อาหารไทยต่าง ๆ ที่ย่านาคชอบ  เช่น  ขนมจีนน้ำยา  น้ำพริกต่าง ๆ และของที่มอบให้แก่ลูกของท่าน  เช่น  ของเล่นเด็ก  ชุดแต่งกายเด็ก  รวมไปถึงสิ่งของแก้บนที่ผู้บนต้องการนำมาแก้  เช่น  ไข่ต้ม  หรือการนำมหรสพการแสดงต่าง ๆ มาแก้บนก็ได้เช่นเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติม สัการะ 12 พระธาตุประจำปีเกิด เพื่อขอโชคลาภ