ขอหวยไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ขอหวยไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ขอหวยไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ขอหวยไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” จาก ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ตำนานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวปักษ์ใต้เลื่อมใสศรัทธา โดยเชื่อว่าสามารถบันดาลโชคลาภและความร่ำรวยให้แก่ผู้บูชา เล่าลือกันว่าไอ้ไข่นั้น “ขอได้ไหว้รับ” ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ซึ่ง “วิธีบูชาไอ้ไข่” ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ศรัทธา โดยบทความนี้ได้รวบรวมประวัติความเป็นมา การไหว้ขอพรไอ้ไข่ คาถาไอ้ไข่ และวิธีการแก้บน ที่ได้รับความนิยมมาฝากกัน

“ไอ้ไข่” คือใคร ทำไมมีแต่คนบูชา

ไอ้ไข่ คือ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลโชคลาภและความสุขสมหวังให้แก่ผู้กราบไหว้บูชา ไม่ใช่กุมารทองอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นกุมารเทพ ชาวบ้านเชื่อว่าดวงวิญญาณของไอ้ไข่สิงสถิตอยู่ในไม้แกะสลักรูปเด็กผู้ชาย ที่ตั้งอยู่ภายในวัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่เคยถูกทิ้งร้าง สมัยก่อนเมื่อวัวของชาวบ้านในพื้นที่สูญหาย พวกเขาจะมาบนบานไอ้ไข่และได้วัวคืนทุกครั้ง ต่อมาจึงเริ่มขอพรเรื่องอื่น ๆ เช่น เลขหวย โชคลาภ การค้าขาย ปรากฏว่าสมหวังแทบทุกราย จนมีเสียงเล่าลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ มีผู้ศรัทธาละแวกใกล้เคียงเดินทางมากราบไหว้จนกระทั่งโด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะบรรดาคอหวยที่มักเดินทางมาขอเลขเด็ดอย่างไม่ขาดสาย ทำให้มีบางคนเปลี่ยนมาเรียกไอ้ไข่ว่า “พี่ไข่” หรือ “ตาไข่”

ประวัติและตำนานไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ย้อนกลับไปยังสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หลวงพ่อทวดพระเถระ ผู้เปี่ยมด้วยญาณบารมี ได้เดินทางไปยังกรุงศรีอยุธยา ในการนั้นท่านได้นำพา เด็กชายผู้หนึ่ง อายุราว 9 ถึง 10 ขวบมาด้วย หมายใจให้คอยปรนนิบัติรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงยังฐานถิ่นวัดเจดีย์ ก็หยุดรั้งรอหมายพบเจอสหธรรมิกครั้งศึกษาพระธรรม ยังเมืองนครศรีธรรมราช นามว่า ขรัวทอง ผู้เป็นสมภารวัด หมายสนทนาพาที ด้วยจิตอันเป็นไมตรีต่อกัน ดังมีหลักฐานนามถิ่นโพธิ์เสด็จ ไว้เป็นประจักษ์พยานว่ากาลหนึ่ง พระโพธิญาณ (หลวงพ่อทวด) ได้เดินทางมายังธรรมสถานแห่งนี้ ด้วยญาณแห่งพระผู้มีบารมี จึงรับรู้ได้ว่าในภายภาคหน้า สถานที่แห่งนี้จะเป็นหลักสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา จึงบอกเด็กชายผู้คอยติดตามว่า

“เจ้าจงอยู่ที่นี่เถิด จะก่อเกิดผลดีศรีสดใสในภายภาคหน้านั้นต่อไป จะเป็นหลักชัยในทางธรรม”

เด็กชายรับปากพระอาจารย์ แล้วตั้งสัตย์ปฏิญาณตามพระอาจารย์สั่ง หลวงพ่อทวด จึงฝากเด็กชายไว้กับ ขรัวทอง เด็กชายกลายเป็นเด็กวัดเจดีย์ คอยอยู่รับใช้สมภาร และดูแลวัดเจดีย์

ดังในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึง เหตุการณ์ครั้นเจ้าพระยาคืนเมืองมีท้องตรามายังเมือง “อลอง” (ตำบลฉลอง ในปัจจุบัน) มีบันทึกว่า

“…มาถึงเมืองอลอง แวะพักหนึ่งคืน นมัสการสมภารทอง มีศิษย์เกะกะชื่อไอ้ไข่เด็กวัด…”

แต่ถึงจะเป็นเด็กเกะกะซุกซนแต่เด็กชายก็เปี่ยมด้วยอานุภาพพิเศษ แปลกแตกต่างจากเด็กทั่วไป ชอบช่วยเหลือผู้คน หากใครมีปัญหาที่หมดปัญญาจะแก้ไข จะต้องมาออกปาก (ไหว้วาน) ทุกคราไป จึงไม่มีใครเกลียดชังถึงจะซุกซนเกเร ด้วยเป็นเด็กที่จริงจังทั้งวาจา และจิตใจ รับปากใครแล้วเป็นต้องทำให้ได้ ถึงจะเป็นอันตรายก็ตาม ว่ากันว่าควายตัวไหนพยศ หากเด็กวัดจับหางติดจะไม่ปล่อยเป็นเด็ดขาด ถึงควายจะวิ่งอย่างไร จนควายตัวนั้นต้องละพยศหมดฤทธิ์

เมื่อเวลาล่วงผ่านไป ด้วยจิตอันแสดงถึงอานุภาพพิเศษ ก็รับรู้ได้ว่าพระอาจารย์ (หลวงพ่อทวด) กำลังจะเดินทางกลับจากกรุงศรีอยุธยา ด้วยกลัวว่าหากพระอาจารย์กลับมาถึง จะนำพาตนกลับสู่ถิ่นฐานที่จากมา ด้วยคำสั่งของพระอาจารย์ ที่สั่งให้เฝ้าและดูแลรักษาวัดเจดีย์ และด้วยสัจจะวาจาที่ให้ไว้ เด็กชายจึงเดินลงสระน้ำภายในวัด เป็นการปลดชีวิตตัวเอง ตามภาษาทางศาสตร์ เรียก การเสด็จ หมายสละร่างเหลือไว้แต่ดวงวิญญาณ ไว้คอยปกปักษ์รักษาวัดเจดีย์ สืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ตำนานวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) จากขุนพันธรักษ์ราชเดช

ชาวชุมชนวัดเจดีย์ และใกล้เคียง นับถือเคารพ “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” ตั้งแต่สมัยบรรพชน สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น นับย้อนหลังไปเป็นเวลาหลายร้อยปี โดยถือว่า “ไอ้ไข่” คือวิญญาณของเด็กศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยช่วยเหลือชาวชุมชน และดูแลปกปักษ์รักษาวัดเจดีย์ แต่ไม่ได้มีการสืบค้น หรือมีมีการกล่าวถึงตำนาน เพียงแค่นับถือกันอย่างนั้นมา

จนถึงวันหนึ่งได้เกิดตำนานไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ศิษย์ หลวงพ่อทวด จากบุคคลสำคัญ นั่นก็คือ จอมขมังเวทย์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช (บุตร พันธรักษ์) ที่ได้รับฟังถ้อยคำจากหลวงพ่อทวด ผ่านร่างทรง เมื่อครั้งสมัยจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด เมื่อ พ.ศ. 2497 (เนื่องจาก ท่านขุนพันธ์เป็นผู้มีส่วนร่วม ในการจัดสร้างพระชุดนั้นด้วย)

หลวงพ่อทวดถามผ่านร่างทรงว่า ท่านมาจากนครศรีธรรมราช ท่านรู้จักลูกศิษย์เราหรือไม่ เป็นเด็กวัดอยู่ทางทิศเหนือ ของนครศรีธรรมราช ท่านขุนพันธ์จึงสืบหาจนมาประสบพบเจอกับ ผู้ใหญ่เที่ยง เมืองอินทร์ จนได้นับถือเป็นสหาย แลกเปลี่ยนสายวิชากัน ด้วยผู้ใหญ่เที่ยงเอง ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง​ และรู้จัก ” ไอ้ไข่” เป็นอย่างดี ท่านขุนพันธ์ จึงได้เจอกับลูกศิษย์หลวงพ่อทวด ที่วัดเจดีย์นามว่า “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” ตามคำบอกกล่างของหลวงพ่อทวดผ่านร่างทรง

ซึ่งเป็นไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ที่บรรพบุรุษชาวชุมชนวัดเจดีย์ นับถือสืบกันมา และท่านขุนพันธ์เอง ก็ได้สืบค้นศึกษาจนกลายเป็นตำนาน ไอ้ไข่ศิษย์หลวงพ่อทวด และได้ยืดถือตำนานนี้บอกเล่าสืบต่อกันมา ซึ่งถือว่า ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช คือ ผู้สืบค้นตำนานนี้เป็นคนแรก

เรื่องลี้ลับและความศักดิ์สิทธิ์ของไอ้ไข่วัดเจดีย์

แต่เดิมบริเวณวัดเจดีย์เป็นวัดเก่าแก่รกร้าง มีซากอิฐและเจดีย์โบราณที่เชื่อว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี ได้บูรณะใหม่อย่างจริงจังเมื่อ พ.ศ. 2500 ว่ากันว่าหากใครมานอนค้างแรมโดยไม่ได้บอกกล่าว ยามค่ำคืนจะมีเด็กมาหยอกล้อ ดึงขาบ้าง ตีบ้าง ชาวบ้านจึงแนะนำให้บอกกล่าว “ไอ้ไข่” ก่อนเสมอ ต่อมา พ.ศ. 2526 หลวงพ่อเทิ่ม เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ได้สร้างเหรียญบูชาไอ้ไข่รุ่นแรกขึ้น นำไปสู่แรงศรัทธาในการจัดสร้างเหรียญในรุ่นต่อมา พร้อมกับความโด่งดังของไอ้ไข่ที่เล่าลือกันปากต่อปากถึงความศักดิ์สิทธิ์ในการรับบนไหว้เรื่องต่าง ๆ

วิธีบูชาไอ้ไข่วัดเจดีย์ บูชาอย่างไรให้สมหวัง

สำหรับผู้ที่ต้องการบูชาและบนบานไอ้ไข่วัดเจดีย์ ให้ซื้อดอกไม้ ธูป เทียน และทองคำเปลว ตามกำลังศรัทธา ก่อนจะจุดธูป 3 ดอก สวดบทบูชาพระรัตนตรัย และสวดบทนมัสการพระพุทธเจ้า ดังนี้

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมังนะมัสสามิ (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ

คาถาสวดบูชาไอ้ไข่วัดเจดีย์

หลังจากสวดบทสวดข้างต้นเรียบร้อยแล้ว ให้ตั้งจิตเป็นสมาธิ เรียกชื่อ “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” และสวดคาถาไอ้ไข่ ดังนี้

อิติ อิติ กุมารไข่เจดีย์ จะมะหาเถโร ลาภะ ลาภา ภะวันตุเม

เริ่มอธิษฐานขอพรให้สำเร็จ สมความปรารถนาทุกประการ แล้วจึงนำทองคำเปลวไปติดที่ไม้แกะสลักรูปไอ้ไข่ เคล็ดลับในการบนบานแนะนำให้ขอทีละเรื่องและบอกให้ชัดเจน เช่น หากขอให้ได้งาน ก็ต้องระบุว่างานประเภทใด ภายในระยะเวลานานเท่าไร หากขอให้ขายของได้กำไร ก็ให้ระบุว่าอยากให้ได้เดือนละเท่าไร ซึ่งกลายเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ “ขอได้ไหว้รับ” นั่นเอง

สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้กราบไหว้บูชาไอ้ไข่จะต้องยึดถือเป็นที่ตั้ง ก็คือ “การมีสัจจะ” เมื่อสิ่งที่บนบานไว้สำเร็จผลลุล่วง จะต้องมาแก้บนตามที่ได้รับปากไว้ ซึ่งสอดคล้องกับตำนานไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ เมื่อครั้งที่ให้สัจวาจาต่อหลวงปู่ทวดว่าจะดูแลรักษาวัดเจดีย์ ทำให้เชื่อว่าไอ้ไข่ชอบคนที่มีสัจจะ ใจนักเลง พูดคำไหนคำนั้น

อ่านเพิ่มเติม : ศาลคุณปู่คุณย่าเมืองทองธานี สถานที่เสี่ยงดวงขอหวยแม่น ๆ